วันนี้จะมานำเสนอ 1ไร่ไม่จนของหญิงแกร่งหัวใจเกษตร ว่าพื้นที่1ไร่ ด้วยรูปแบบผสมผสาน

ก่อนอื่นแอดมิน เพจธรรมะเกษตรก้าวหน้า ก็ขอขอบพระคุณแฟนเพจทุกท่านที่ติดตามอ่าน เรื่องราวเนื้อหาสาระต่างๆที่ทางเฟจเรานำมาเสนอในทุกๆเรื่องนะครับ เริ่มต้นปีใหม่นี้ ทางแอดมิน ขออวยพรให้ พ่อ แม่ พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา ทุกๆท่าน จงมีแต่ความสุข ขอให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง มีแต่สิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตนะครับ

สมัยนี้ก็มีใครหลายคนนั้นผ่านตัวเองจากการที่เป็นมนุษย์ออฟฟิศนั้นมาเป็นชาวเกษตรกรในบ้านเกิดของตัวเองซึ่งทำให้ตัวเองได้พบกับความสุขและความอุดมสมบูรณ์อีกทั้งยังได้พบกับทีมคำว่าชีวิตอย่างแท้จริงซึ่งวันนี้เราก็จะไปดูแรงบันดาลใจของผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งกัน

ซึ่งบอกเลยว่าผู้หญิงคนนี้สามารถทำให้คนอื่นได้เห็นว่าคนรุ่นใหม่นั้นก็มีหัวใจรักสุดๆเหมือนกันซึ่งบอกเลยว่าอาชีพเกษตรสำหรับเธอนั้นมันไม่ใช่อาชีพที่ต่ำต้อยแต่อย่างใดซึ่งถ้าหากเรารู้จักกันไปอยุ่รู้จักการจัดการพื้นที่ในพื้นที่เล็กๆนั้นเราก็สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างยั่งยืนได้อีกด้วย

สาวคนนี้เขาก็จะเอาแปลงที่ดินประมาณ 1 ไร่ของตนมาทำไร่และพัฒนาให้เป็นเกษตรแบบผสมผสานกันซึ่งมีการทำดินแปลงสาธิตและ 3 และรองรับเยาวชนรุ่นใหม่ที่กำลังสนใจในการทำเกษตรนั้นกลับมาเรียนรู้และดูแลแนะนำความรู้ที่ได้นี้ไปทำเกษตรในบ้านเกิดได้ด้วยเช่นกัน

ซึ่งในสมัยก่อนนั้นบ้านของเธอนั้นมีการปลูกพืชเชิงเดียวเป็นการปลูกมะละกอประมาณ 15 ไร่ซึ่งบอกเลยว่าทำให้เธอนั้นมีการขาดทุนเป็นอย่างมากมายจากไวรัสในปี 2557 เลยทำให้ต้องยกพื้นที่ดินผืนนั้นไปให้ญาติๆซึ่งจะมีการปลูกข้าวแตงโมและเข็ดขยาดกับการทำพืชเชิงเดียวเป็นอย่างมาก

จึงทำให้เธอนั้นหันมาทำไร่แบบสอบถามเบอร์ที่ดิน 1 ไร่เพราะอีกทั้งยังทำให้เธอนั้นต้องการแสดงให้เห็นคนอื่นเห็นว่าคนรุ่นใหม่นั้นไม่จำเป็นจะต้องกินเที่ยวกันบนๆซึ่งสามารถสร้างรายได้ได้อย่างยั่งยืนในพื้นที่แค่ 1 ไร่เท่านั้นเพราะว่าการทำเกษตรนั้นจะต้องใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วนั้นให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั่นเองซึ่งสาวคนนี้นั้นก็มีชื่อว่าฤทัยรัตน์ สุวรรณเจริญ

โดยเธอนั้นเป็นพนักงานข้าราชการที่กรมวิชาการเกษตรและทำให้เขาเธอนั้นเป็นผู้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยการเอาเวลาว่างของตัวเองนำมาพัฒนาพื้นที่ 1 ไร่ในอำเภอเมืองแพร่ของตัวเองนะมาใช้เป็นพื้นที่ทํากินอย่างยั่งยืนซึ่งอย่างแรกที่เธอทำนั้นก็คือหัวใจที่มีการรักเกษตรและต้องการที่จะพัฒนาพื้นที่อย่างค่อยเป็นค่อยๆไปซึ่งเธอก็เดินจากการวางแผนว่าตัวเองน่าจะต้องทำอะไรบ้างจะต้องทำผังว่าจะปลูกอะไรและมีการวางแผนการตลาดเป็นคนให้เป็นสิ่งที่แปลกใหม่สำหรับผู้คนส่วนใหญ่และสามารถทำให้ผลผลิตที่มีผู้บริโภคนั้นต้องการเป็นอย่างมากและที่สำคัญก็คือจะไม่ต้องทำอะไรเกินตัว

ต้นของเธอนั้นเริ่มจากการที่สร้างโรงเรือนอย่างง่ายๆประมาณ 4.5 คูณ 10 เมตรเพื่อปลูกสตรอเบอรี่ประมาณ 1000 ต้นจากนั้นเธอก็ทำการขุดขัดสระน้ำประมาณ 1 งานเป็นพื้นที่ในการเก็บน้ำแดงปลาประมาณสัก 10,000 ตัวโดยให้แก่พระผักบุ้งนั้นเป็นอาหารและมีการปลูกแตงไทยให้เป็นอาหารปลาที่ดินบ่อบริเวณพื้นที่ต่างๆมันก็ยังมีการวางปลูกพืชผักสวนครัวอีกด้วย

นอกจากนี้ในแปลงปลูกของเธอนั้นก็ยังมีโรงเรือนในการปลูกมะเดื่อฝรั่งในอีกประมาณ 8 คูณ 6 เมตรซึ่งจะต้องทำกิ่งพันธุ์ไว้ขายอีกทั้งยังมีการเพาะพันธุ์มะละกอตามออเดอร์โดยใช้พื้นที่ว่างประมาณซัก 4.5 คูณ 6 เมตรในการทำและมีการเพาะไส้เดือนขายและนำมูลไส้เดือนนั้นมาทำปุ๋ยและมีการทำเรือนผักไฮโดรโปนิกส์ซึ่งทำให้สามารถประหยัดต้นทุนไปได้เยอะโดยใช้พื้นที่ว่าเป็นบ้านของตัวเองอีกครั้งเธอก็ยังเอาพื้นที่ต่างๆนั้นมาเลี้ยงกุ้งก้ามแดงในกะละมังในบ่อผ้าใบประมาณซัก 8 x 9 เมตรและก็ยังจะทำโรงเลี้ยงไก่ไข่ในอนาคตอีกด้วย

นี้เราก็จะเห็นได้ว่าพื้นที่แค่ 1 ไร่นั้นถ้าหากรู้จักกาลเทศะอย่างทุกอย่างให้ลงตัวนั้นก็สามารถทำอะไรได้อย่างง่ายๆ ทางเราจะเห็นได้ว่าเธอคนนี้สามารถใช้ทุกอย่างในส่วนของตัวเองนั้นมาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดการใช้ปุ๋ยจากธรรมชาติที่เกิดในส่วนของตัวเองผลไม้ต่างๆธรรมชาติเอาไปใช้เลี้ยงปลาในส่วนของตัวเองซึ่งบอกเลยว่าทุกอย่างนั้นสามารถใช้ได้ในส่วนของตัวเองได้ซึ่งบอกเลยว่าทุกอย่างนั้นจะต้องทำลงมือเองเพื่อการประหยัดทุนและทำให้เปลี่ยนพฤติกรรมการกินให้อยู่ง่ายกินง่ายมากยิ่งขึ้นอีกทั้งยังทำให้ตัวเองนะได้อยู่กับธรรมชาติมากขึ้นอีกด้วย

ได้ไงว่าไงจะจุบันมีคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่อยากจะกลับไปบ้านเกิดไปอยู่กับครอบครัวของตัวเองแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มทำอย่างไรในที่นั่นจะหางานก็กลัวหาไม่ได้บางครั้งก็กลัวความล้มเหลวต่างๆซึ่งบอกเลยว่าต้นแบบของหญิงสาวคนนี้นั้นก็น่าจะเป็นโมเดลให้กับคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างมากซึ่งทหารไทยนั้นมีพื้นที่อยู่แล้วละก้อจัดสรรพื้นที่ของตัวเองเราหาตลาดดู วิธีนี้อาจจะทำให้คุณนั้นได้อยู่กับคนที่คุณรักก็ได้