ชาคริต ยิ้มรับฉายาเสี่ยสวนทุเรียน ยันไม่ออกจากวงการ

คุณพ่อลูกหนึ่ง “ชาคริต เเย้มนาม” จนหลายคนคิดว่าจะลาวงการซะเเล้ว ใช้ชีวิตปักหลักต่างจังหวัดเข้าสวนทุเรียนกับศรีภรรยาอยู่ตลอด

ล่าสุดเจ้าตัวบอก ไม่คิดจะลาวงการเเต่ก็ทำสวนทำไร่ควบคู่ไปด้วย ยิ้มรับถูกยกเป็นเสี่ยสวนทุเรียน เเฮปปี้

รายได้ขๅยทุเรียนเป็นกอบเป็นกำ บอกเป็นเขยชาวสวนต้องเรียนรู้เรื่องการเกษตรมากขึ้น รายได้หลายเเสนเป็นเรื่องปกติ

เพราะส่งออกทั้งในเเละต่างประเทศ มั่นในสินค้าจากสวนของตัวเองว่ามีคุณภาพ

โต้ซุ่มซื้อคฤหาสน์หรู บอกเป็นบ้านที่สร้างไว้นานเเล้ว รับงบบานปลาย

เห็นไปลุยทำสวนทุเรียน จนหลายคนสงสัยว่ายังรับละครอยู่ใช่ไหม?

“ยังรับอยู่เหมือนเดิมครับ ผมเก่งครับ เเบ่งเวลาได้ สวนทุเรียนเราก็ได้อย่างที่ตั้งใจไว้ก็พัฒนาต่อไปเรื่อยๆ เเละหวังว่าจะดีขึ้นในทุกปี

ทำไว้ให้ลูกเเหละ มันเป็นความสุขด้วย มันเหมือนได้กลับบ้าน ได้ไปชาร์จพลัง ได้ทำอะไรทิ้งไว้ที่มันเป็นของเขาจริงๆ”

หลายคนยกให้เป็นเสี่ยสวนทุเรียนเเล้ว?

“สาธุๆ เเต่ยังไม่เป็นเสี่ยครับ มันมีอะไรให้เรียนรู้ใหม่ทุกวัน เจอกับปัญหา เจอกับภัยธรรมชาติที่เราก็ต้องมาเรียนรู้กันใหม่

ว่าเพลี้ยมีกี่ชนิด รามีกี่ชนิด ดินฟ้าอากาศยังไง ปีนี้ก็มาเจออะไรเเปลกๆ ต้องมาเรียนรู้กันใหม่อีกว่าจะต้องคอยกำจัดอะไรยังไง

ให้ไปในทิศทางเดียวกันว่าเราจะเป็นอินทรีย์หรือเคมี”

เรียกว่าเป็นเกษตรกรเต็มตัว?

“ผมยังเรียกว่าเป็นมือใหม่อยู่ เเต่ก็ทำเต็มที่ โชคดีที่มีครูที่ดีคือญาติๆ ฝั่งภรรยา

(เห็นตัดขๅยกันทีได้เป็นตันๆ คันละ 3 เเสน?)

มันก็เป็นมาตรฐานอยู่เเล้วครับว่าถ้ากระบะคันหนึ่งที่มีเหล็กกั้นสูงจะได้ประมาณ 3 ตันถึง 3 ตันครึ่ง ราคาก็จะอยู่ราวๆ นั้น

เราก็มีส่งทั้งในประเทศ ประเทศจีน เเละประเทศอื่นๆ อีกด้วย”

กลัวไหมว่าจะมีคู่เเข่งมาเเชร์ เพราะตอนนี้จีนเขาก็ปลูกได้เองเเล้ว?

“เราก็ต้องเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ของเรา เชื่อมั่นในดินของเรา ในผลผลิตของเรา

ผมว่ามันก็ต้องมีคนที่…บางทีเราอยากจะกินอะไรอย่างหนึ่ง เราก็อยากจะกินจากที่เป็นออริจินัลของเขามั้ย

เเต่เราก็เตรียมพร้อมเเหละ ถ้าหากวันหนึ่งราคาเขาอาจจะมีขึ้นมีลง เอาเป็นอยู่ได้ พอเพียง”

เสน่ห์ของทุเรียนไทยมันเป็นยังไง?

“มันคือผลไม้ของเรา เราก็กล้าพูดว่ามันเป็นผลไม้ของเรา มันมีความลึกซึ้งในการกิน มันมีความครีมมี่ในเเต่ละสายพันธุ์

อย่างผมเป็นคนที่ชอบพวงมณี พอได้กินพวงมณีเเล้วรู้สึกเหมือนกินกาเเฟใส่ครีมหอมๆ

(สวนทุเรียนถือเป็นรายได้หลักของครอบครัว?) มันก็ไปด้วยกัน เขยจันท์ ภรรยาเป็นคนดูเเล

ผมก็ยังอยู่ในวงการบันเทิงตรงนี้เเล้วก็ยังมีธุรกิจร้านอาหาร ร้านขๅยเเซลมอน ทุกอย่างเราก็ทำด้วยกัน

(ตอนนี้มีทั้งหมดกี่ไร่?) รวมๆ ก็ 100 กว่าไร่”

ล่าสุดมีข่าวว่าซื้อคฤหาสน์?

“ไม่ครับ ไม่รู้เขาเอารูปที่ไหนมาเเปะ บ้านเราก็ทำตรงที่เราอยู่นี่เเหละ คือมีหลังที่เเยกออกมาด้วยเเต่ไม่รู้ว่าเรียกคฤหาสน์หรือเปล่า

คือเราเรียกว่าบ้าน เเต่ในรูปที่ลงนั่นไม่ใช่ เดี๋ยวเจ้าของบ้านเขาจะโกรธเอา สำหรับบ้านก็ใกล้จะเสร็จเเล้ว อีก 4-5 เดือน

เเต่เป็นบ้านที่กทม. มันเป็นบ้านในพื้นที่เราอยู่เเล้ว เริ่มทำเพราะมีลูกก็อยากจะขยับขยาย

ตอนนี้ทุกคนคิดว่าผมไปอยู่จันทบุรีกันหมดเเล้ว เเต่จริงๆ ผมอยู่กทม.เป็นหลักครับ”

บ้านราคาสูงไหม?

“ก็ไปเรื่อยๆ ตอนนี้ก็บานอยู่ เเต่ก็ยังได้อยู่ (50 ล้าน?) ไม่รู้ เราอย่าไปตีตัวเลขให้เขาเลย เราก็ทำเต็มที่เพราะเป็นคนชอบบ้าน

ที่เราอยากมีพื้นที่ตรงนี้เพราะเราเป็นคนที่ใช้บ้านคุ้ม เราชอบความเขียว ความต้นไม้ ความปลูกผักในบ้าน”

พอทำธุรกิจเยอะๆ เเล้วงานในวงการบันเทิงบริหารยังไง?

“มันยังเป็นความรักของผมที่มีต่องานศิลปะการเเสดง มันคือสิ่งที่เราชอบ ไม่ว่าจะเป็นพิธีกร

ในเรื่องของอาหารที่เราชอบจนกลายเป็นธุรกิจ ผมว่ามันไม่จำเป็นต้องทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

มันไปด้วยกันได้อะไรก็ได้ที่เราเเบ่งเวลาได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการจัดสรรเวลา เรามีน้องๆ ผู้ช่วย มีหุ้นส่วนที่ดี มันก็สามารถจัดสรรไปได้”

คนอื่นอาจจะมองว่าการทำธุรกิจมันมีรายได้มากกว่าการเป็นนักเเสดง?

“ไม่ มันเป็นความรัก มันเป็นเเพสชั่น คนชอบมาถามว่าผมจะออกจากวงการเเล้วเหรอ เพราะเห็นไปทำอะไรเยอะเเยะ ไม่ออกครับ

เต้นกินรำกินจน ต า ย ครับ เล่นจนเป็นพ่อเป็นปู่ครับ เพราะมันคือความสุข มันคือศิลปะที่เรารัก

มันเป็นความสุขที่เราได้เติบโตมากับกองถ่าย ได้ขัดเกลาในเรื่องของศิลปะการเเสดง มันคงจะอยู่กับเราไปตลอด

ตราบใดที่ยังมีคนให้งาน ยังจ้างอยู่ ยังเชื่อมั่นในตัวเราอยู่ก็จะทำให้เต็มที่ครับ”

ปวดข้อปวดเข่าก็ไม่เกี่ยง?

“เรามองว่าเราเป็นนักเเสดง เราไม่ได้หนุ่มอยู่ตลอดเวลาอยู่เเล้ว มันน่าจะสนุกกว่าที่เราสามารถเล่นอะไรได้หลากหลาย

มีบทเข้ามาหลากหลายที่เขามั่นใจว่าเราน่าจะเล่นได้ เเล้วส่งมาให้เราพิจารณาดู”

ตอนนี้ลูกชายเริ่มชินกับการออกกล้องเเล้ว?

“ใช่ๆ ก็มีบ้าง เราก็ให้เขาเรียนตามปกติ เเล้วเเต่โอกาส เเล้วเเต่ว่าเขาชอบมั้ย วันก่อนก็ถามเขาเหมือนกันว่า

โตขึ้นจะเป็นพระเอกหรือเป็นอะไร เขาบอกจะเป็นตลก เขารักลุงอู๊ด (เป็นต่อ) รักลุงเจี๊ยบ (เชิญยิ้ม) มาก

ทำตามทุกอย่าง ตาม ศักดิ์กริน ดาวร้าย เเต่ตอนนี้เริ่มมีพี่เต๋า(สมชาย) ด้วย รักลุงเต๋ามาก ร้องเพลงบอดี้การ์ดทั้งวัน

เเม่เขาเปิดให้ฟัง พอได้ไปเจอลุงเต๋าทีนี้ติดงอมเเงม ร้องเพลงลุงเต๋า ร้องได้ทุกเพลงด้วย บางเพลงพ่อยังร้องไม่ได้เลย”

เคยถามไหมทำไมไม่เอาเเบบพ่อบ้าง พ่อเป็นพระเอกนะ?

“เด็กอ่ะเนอะเขาอยู่ติดกับเราตลอดยังไงเขาก็มองเราเป็นไอดอลของเขาอยู่เเล้ว มันอาจจะเป็นโชคดีที่เขาได้เจอคนหลายๆ คน

เเล้วเขาก็จะปลื้มเเต่ละคนในเเต่ละเเบบ เเล้วเขาเป็นเด็กที่ค่อนข้างมีความโตเเละรู้เรื่อง”

แหล่งที่มา tnnthailand

เรียบเรียงโดย richmaninfo.com